พลาสติกโรงเรือนคืออะไร และทำไมการเลือกให้เหมาะสมจึงสำคัญ

ฟิล์มโรงเรือนเป็นฟิล์มที่ใช้คลุมโครงสร้างโรงเรือน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูกพืช ฟิล์มคุณภาพดีจะทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังจากแสงแดดจ้า ฝนหนัก ลมแรง และแมลง รวมถึงช่วยควบคุมปริมาณแสงที่ผ่านเข้ามาอย่างเหมาะสม หากฟิล์มสามารถกระจายแสงได้ดี จะช่วยลดเงามืด ลดจุดร้อน ทำให้แสงกระจายทั่วทั้งโรงเรือน ส่งผลให้พืชแต่ละต้นได้รับแสงอย่างเท่าเทียมกันและเติบโตอย่างสมบูรณ์

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคืออุณหภูมิ ฟิล์มโรงเรือนบางรุ่นจะช่วยลดการสะสมความร้อนในตอนกลางวัน และลดการสูญเสียความชื้น ทำให้สภาพแวดล้อมในโรงเรือนเสถียรกว่าโรงเรือนที่ใช้พลาสติกเกรดธรรมดา การเลือกฟิล์มจึงไม่ใช่แค่เลือก “ความหนา” แต่ต้องเลือกตาม “ลักษณะการปลูกและชนิดพืช” ด้วย เช่น พืชบางชนิดต้องการแสงมาก บางชนิดไวต่อความร้อน พืชบางชนิดไวต่อหยดน้ำ ฟิล์มโรงเรือนจึงเป็นปัจจัยสำคัญมากยิ่งกว่าโครงสร้างเสียอีก

พลาสติกโรงเรือนมีกี่ประเภท? ประเภทฟิล์มที่นิยมในไทย

ปัจจุบัน ฟิล์มโรงเรือน ที่นิยมในประเทศไทย และนำมาซึ่งผลตอบแทนที่คุ้มค่า มีการจำแนกตามคุณสมบัติเด่นและโครงสร้างฟิล์มเป็นหลัก โดย CKES Green เราได้คัดสรร 2 ประเภทฟิล์มโรงเรือน 5 ชั้น ที่มีความหนาตั้งแต่ 150 ไมครอน จนถึง 200 ไมครอน เพื่อตอบโจทย์การเกษตรทุกรูปแบบ:

1 ฟิล์มใสโรงเรือน (Crystal Clear Film)

ฟิล์มใส ขนาด 150ไมครอน และ 200ไมครอน เป็นฟิล์มที่ให้แสงผ่านในปริมาณสูงที่สุด โดยทั่วไปแสงผ่านมากกว่า 90% ทำให้พืชได้รับแสงแบบเต็มที่ เหมาะกับการปลูกผักพื้นฐาน ผักกินใบ พืชผลที่ต้องการแสงจัด และพืชที่เจริญเติบโตเร็ว เช่น ผักกาด, ผักสลัด, พริก, แตงกวา ฟิล์มใสมีข้อดีคือช่วยเพิ่มการสังเคราะห์แสง ช่วยให้พืชโตเร็ว และให้ผลผลิตเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฟิล์มใสอาจทำให้เกิด “จุดร้อน” ในโรงเรือนช่วงแดดจัด หากพื้นที่ของคุณมีอากาศร้อนมาก ควรใช้ร่วมกับระบบระบายอากาศ เช่น การเปิดข้างโรงเรือน หรือใช้ร่วมกับมุ้งพรางแสงเพื่อช่วยลดความเครียดของพืช

ม้วนพลาสติกคลุมโรงเรือน SUNMASTER 150 ไมครอน พร้อมภาพขยายเนื้อฟิล์ม

2 ฟิล์มกระจายแสง (Diffused Light Film + Anti-Drip)

ฟิล์ม 200 ไมครอนกระจายแสง เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากในฟาร์มคุณภาพสูง เพราะไม่ได้ให้แสงผ่านเป็นลำตรง แต่กระจายแสงให้ทั่วโรงเรือน ลดความแตกต่างของแสงระหว่างพื้นที่มุมโรงเรือนและกลางโรงเรือน ลดเงามืดและลดการเกิดจุดร้อน ช่วยให้พืชรับแสงแบบนุ่มนวลและสม่ำเสมอ

ฟิล์มประเภทนี้เหมาะมากสำหรับพืชที่ไวต่อแสงหรือเป็นพืชพรีเมียม เช่น ไม้ดอก พืชเมืองหนาว สตรอว์เบอร์รี ใบกัญชา พืชที่ต้องการคุณภาพสูงโดยเฉพาะ ฟิล์มกระจายแสงหลายรุ่นยังมีคุณสมบัติ Anti-Drip ช่วยลดหยดน้ำที่เกาะฟิล์ม ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา ทำให้โรงเรือนปลอดภัยและโปร่งสบายมากขึ้น ดูรายละเอียดได้ที่ ฟิล์มกระจายแสง 200 ไมครอน

ม้วนฟิล์มกระจายแสง SUNMASTER 200 ไมครอน พร้อมภาพขยายเนื้อฟิล์ม

แล้วควรเลือกพลาสติกโรงเรือนแบบไหนดี?

 การเลือกฟิล์มโรงเรือนควรพิจารณาจากลักษณะของพืช สภาพอากาศ และระบบโรงเรือน เช่น หากเป็นพืชที่ต้องการแสงมาก ให้เลือกฟิล์มใส หากเป็นพืชที่ต้องการแสงสม่ำเสมอหรือไวต่อความร้อน ให้เลือกฟิล์มกระจายแสง หากต้องการฟิล์มที่ใช้งานนานและมีคุณสมบัติครบถ้วน ให้เลือกฟิล์มเกรดพรีเมียมแบบ 5 ชั้น การเลือกฟิล์มที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มผลผลิต ประหยัดค่าใช้จ่าย และทำให้โรงเรือนมีประสิทธิภาพสูงสุด

วิธีการเลือกพลาสติกคลุมโรงเรือน

การเลือกความกว้างของพลาสติกคลุมถือเป็นพื้นฐานที่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่แรก เพราะหากเลือกความกว้างไม่พอดี อาจทำให้ฟิล์มตึงเกินไปจนเกิดการฉีกขาด หรือหลวมเกินไปจนลมพัดกระพือและเกิดเสียงรบกวน อีกทั้งยังทำให้ฟิล์มสึกหรอเร็วกว่าปกติ

ก่อนสั่งซื้อควรวัด ความกว้างของโรงเรือนจากพื้นด้านหนึ่งไปถึงพื้นอีกด้านหนึ่ง โดยต้องรวมถึงส่วนโค้งบนหลังคาด้วยเสมอ โรงเรือนโค้งมักต้องใช้ฟิล์มที่กว้างกว่าโรงเรือนแบบทรงจั่วเล็กน้อย หากเป็นโรงเรือนฟาร์มเชิงการค้า ควรเลือกฟิล์มที่มีหน้ากว้างมาตรฐาน เช่น 6 ม., 8 ม., 12 ม., หรือ 14 ม. ซึ่งเป็นขนาดที่สามารถคลุมโครงสร้างได้พอดีและประหยัดรอยต่อ ช่วยลดความเสี่ยงการรั่วซึมหรือการหลุดของฟิล์มในอนาคต

เลือกพลาสติกคลุมโรงเรือนจากค่าการป้องกันแสง UV

ค่าการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของฟิล์มโดยตรง ฟิล์มที่มีคุณภาพสูงจะมี UV Stabilizer ผสมอยู่ในเนื้อฟิล์ม ซึ่งช่วยลดการเสื่อมสภาพจากแสงแดด ทำให้ฟิล์มไม่กรอบ ไม่แตกง่าย และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า โดยเฉพาะสภาพอากาศในประเทศไทยที่มีแดดแรงและอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน

การเลือกค่าการป้องกัน UV ไม่ได้หมายถึงเลือกให้สูงที่สุดเสมอไป แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับประเภทพืชและลักษณะการปลูก เช่น ฟิล์มรุ่นที่มีค่า UV Open (ปล่อยรังสี UV บางส่วนผ่าน) เหมาะกับพืชที่ต้องการ UV เพื่อกระตุ้นลักษณะทางธรรมชาติ เช่น ความหวาน สีของผล หรือการกระตุ้นดอก ส่วนพืชทั่วไปสามารถใช้ฟิล์มที่กัน UV ได้ดีเพื่อยืดอายุการใช้งานและลดความเสียหายที่เกิดจากแสงแดดจัด
โดยทั่วไปฟิล์มโรงเรือนเกรดพรีเมียม เช่น Sunmaster จะมีการป้องกัน UV ตั้งแต่ 300–390 นาโนเมตร ทำให้ทนแดดจัด พลาสติกคลุมโรงเรือนของ CKES Green รับประกัน 3 ปี

อายุการใช้งานของพลาสติกโรงเรือน

ฟิล์มเกรดยุโรปแบบ 5 ชั้นมีสาร UV Stabilizer ป้องกันการเสื่อมสภาพจากแสงแดด พลาสติกคลุมโรงเรือนของ CKES Green รับประกัน 3 ปี อายุใช้งานจริงขึ้นกับความเข้มแดดและการดูแล ช่วยให้โรงเรือนมีความคุ้มค่าในระยะยาว และลดค่าใช้จ่ายการเปลี่ยนฟิล์มบ่อยครั้ง

สรุป: เลือกพลาสติกโรงเรือนให้เหมาะกับฟาร์มของคุณ

ฟิล์มโรงเรือนที่เหมาะสมจะช่วยให้พืชเติบโตได้ดีขึ้น เพิ่มผลผลิต ลดปัญหาโรคพืช และทำให้โรงเรือนคุ้มค่าในระยะยาว การเลือกฟิล์มไม่ได้ขึ้นอยู่กับความหนาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเลือกจากประเภทของฟิล์ม คุณสมบัติ และความเหมาะสมกับพืชที่ปลูก หากต้องการคำปรึกษาหรือกำลังมองหาฟิล์มโรงเรือนคุณภาพสูง CKES Green ยินดีช่วยคุณในทุกขั้นตอน

เลือกชนิดได้แล้ว ลองคำนวณราคาพลาสติกคลุมโรงเรือนตามขนาดจริงได้ทันที

ตารางเทียบฟิล์มใสกับฟิล์มกระจายแสง

เทียบฟิล์มใสกับฟิล์มกระจายแสง
ประเด็นฟิล์มใสฟิล์มกระจายแสง
ลักษณะแสงแสงผ่านมาก ส่องตรงกระจายทั่วโรงเรือน ลดเงาและจุดร้อน
เหมาะกับผักกินใบ พืชที่ต้องการแสงจัด พืชโตเร็วไม้ดอก พืชไวต่อแสง พืชคุณภาพสูง
ข้อควรระวังอาจเกิดจุดร้อนช่วงแดดจัด ควรมีระบบระบายอากาศราคาสูงกว่าเล็กน้อย
ความหนาที่มี150 และ 200 ไมครอน200 ไมครอน